B   M   O   C   A 

 

   Trust : 26/06/08

แอบส่องหอศิลป์...Bangkok Metropolitan Museum of Contemporary Art

 

 

ไม่มีเรื่องมาอัพซะตั้งนาน  (อันที่จริงมี  แต่ขี้เกียจ 555)  พอดีวันนี้อาจารย์ที่คณะพาเข้าไป

ชมหอศิลป์แห่งใหม่ของกรุงเทพมหานครที่ตั้งอยู่ตรงสี่แยกปทุมวันนี้เอง  ใครผ่านไปผ่านมา

แถวนั้นคงได้เห็นตัวหน้าตาตึกกันแล้ว  ซึ่งภายนอกก็จะเรียกว่าเสร็จสมบูรณ์แล้วก็ได้ 

ใครผ่านไปผ่านก็คงได้เห็นมันไปมากแล้ว  ไม่ขอวิจารย์กันนะจ๊ะ 555

แต่คร่าวนี้ คงมีน้อยคนที่เคยเห็น space ภายในของหอศิลป์แห่งนี้ในฐานะที่วันนี้ผมๆและเพื่อนๆ

ได้เข้าไปดูข้างในมาแล้ว  ก็เลยมีรูปมาฝากกันครับ  เพราะอีกไม่นานนี้ก็คงได้มีโอกาสได้ใช้กันแล้ว

เป็นการเรียกต่อมน้ำลายคนที่ชอบในด้านนี้ๆด้วยนะครับ

งานนี้เป็นงานประกวดแบบเมื่อเกือบสิบปีที่แล้วได้ครับ  ผู้ชนะคือ โรเบริต จี บุย ครับ

 

ข้างบนนั่นเป็นการอธิบายถึงที่มาที่ไปคร่าวๆของหอศิลป์แห่งนี้นะครับคร่าวนี้เราก็เข้ามาดู

ข้างในกันดีกว่าครับ  หอศิลป์แห่งนี้ทางเข้าหลักอยู่ที่สี่แยกปทุมวันเลยครับ  แต่ก็มีการสร้าง

ทางเชื่อมสามารถเข้าสถานี BTS สนามกีฬา   นี่เลยครับ  เข้ามาเราก็จะเห็นห้องโถงซึ่งกว้างมาก

ได้อารมณ์ space ก้นหอย    อ๋อ  หอศิลป์นี้ผมตั้งชื่อให้ว่าหอศิลป์ราคาถูกครับ  เพราะสร้างได้ใน

งบประมาณจการาคาที่ควรจะเป็นถึงสีถึงห้าเท่าเลยทีเดียว (เหมือนกับว่าในต่างประเทศตึกยังงี้

ต้องราคาสองพันล้านอัพ  แต่กทม.สามารถส้รางได้ในราคาแค่ห้าร้อยกว่าล้าน...)

นี่ชั้นใต้ดินครับ (basement )  รูนี่เชื่อมไปถึงโถงข้างบนครับ

บริเวณนี้เพื่อเอาแสงมาจาก plaza ด้านบนด้วยนะ

นี่เราเริ่มเคลื่อนขึ้นมาข้างบนกันแล้ว  ส่วนหอศิลป์จริงๆจะอยู่ที่สามชั้นบนครับ ตึกนี้มี 9 ชั้นครับ

สังเกตลวดลายพื้นทำเหมือนกับลายพื้นนอกอาคารเลย

นี่คือชั้นที่เปรียบสมือนห้องโถงก่อนที่จะเข้าชมห้องแสดงงานครับ  เป็นจุดฝากของ

และอื่นๆ  น่าจะอยู่ที่ชั้น 6 นะครับที่จำไม่ผิดผมชอบชั้นนี้มาก  เพราะวิทยากรบอกว่า

ตอนที่มีประกวดแบบตึกนี้นั้น  เป็นช่วงเวลาเดี๋ยวกับที่ BTS กำลังสร้างซึ่งผู้ออกแบบ

ได้ทำให้โถงนี้มีระบชั้นที่มองออกไปเห็นราง BTS พอดิบพอดี  เห็น BTS จากสถานีสยาม

วิ่งมา  มุมสวยมากครับ

 

 

อันนี้เราเข้าสู่ส่วนแสดงงานแล้ว  โดยส่วนตัวชอบตรงนี้มากครับ  แสงสวย  แสงเป็นลำๆเลย

เลยมีคนไปซึมซับบรรยากาศนี้ด้วยความอิน = ='

เห็นตึกนี้ภายนอกตันๆ ขอบอกไว้เลยว่า  ข้างในสว่างมากอย่างไม่น่าเชื่อ 

concept ก็คือเอาแสงธรรมชาติมาใช้ให้มากที่สุด  เพราะแสงที่เหมาะแกงานศิลป์

ก็คือแสงธรรมชาติ

นี่เห็นนี่คือ lamp ทางเดินลงครับ  หอศิลป์นี้เราต้องขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้นบนสุดแล้วก็เดินลงมานะ

นี่ขึ้นลิฟท์มาแล้ว

เข้ามาเจอห้องแสดงงานขนาดใหญ่  จะบอกว่าจากภายนอกตึกนี้ดูไม่ใหญ่เลย  

ขอบอกว่าเข้าไปเดินข้างในนี่เดินหมดทั้งตึก  ทำให้คุณขาลากกันได้  ไม่น่าเชื่อว่าจะใหญ่ได้ใจขนาดนี้

 

และก็ที่เห็นมันเกลี้ยงๆยังงี้ก็เพราะมันเป็นหอศิลป์ร่วมสมัย  มีการสับเปลี่ยนงานหมุนเวียนบ่อย 

การให้ความสำคัญกับ  space  ที่เตรียมสำหรับ install  งานศิลป์เป็นเรื่องสำคัญ  ต้องยืดหยุ่น

เพราะเมื่อเปลี่ยนงานแสดงทีก็ต้องซ่อมกันที  ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมมันไม่มีสีสันเหมือนหอศิลป์

ในต่างประเทศเพราะฟังก์ชั่นมันไม่เหมือนกันนั่นเอง  ในต่างประเทศ museum ที่เป็น modern art

ส่วนใหญ่ก็เกลี้ยงๆอย่างงี้แล

อันนี้เราก็ขึ้นมาดูนหลังคาตึกกัน  มองลงไปที่ลานหน้าหอศิลป์ครับ  ที่มีการเสนอทำ

ปรับปรุงบริเวณนี้เพื่อให้เข้ากับตัวหอศิลป์   ขอปรบมือให้เลยครับ  กับแนวคิดนี้

แอบมองไปที่ BTS สถานีสยาม  แอบคิดขึ้นมาว่า อันที่จริงสถานีมันก็ดูดี  ไม่แย่นี่หว่า

ฟิน  เอาไว้ช่วยกรองแสงที่ส่องเข้ามาภายในหอศิลป์ครับ  ไว้รองรับแสงอาทิตย์ด้านใต้ 

ส่วนยอด  กับช่องแสง

ส่วนจัดนิทรรศการถาวร(แสดงตั้งแต่ 10 เดือน)  วัสดุที่ใช้ปูเลยค่อนข้างดีหน่อยครับ

ไม้นี่มาจากต่างประเทศครับ  เค้าต้องการให้สว่างๆๆ  เพราะไม้เมืองไทยสีเข้ม 

แล้วเราก็เริ่มเดินลงมา

space  วนๆๆๆ ... แอบคิดว่าคนอ่าน"ก้นหอยมรณะ" อาจจะชอบ space แบบนี้นะครับ 555

ในหอศิลป์มีห้องอยู่ห้องนึง  หรูมากครับ  แต่ก็มีอยู่ห้องเดียวจริงๆที่หรูหรา  นอกนั้นก็เกลี้ยงๆ

เป็นยังไงบ้างครับ  หอศิลป์แห่งใหม่ของเรา  สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น  รอไปดูด้วยตัวเองเลยละกัน

ภาพถ่ายนี่แสงส่วนใหญ่ผมปรับให้หลอกตา 555  แต่ข้างในตรงส่วนโชว์งานศิลป์ก็สวยจริงๆละครับ

ถ้าไม่นับเรื่อง material  กับ detail  ในหลายๆจุด  เพื่อนผมยังบอกเลย  ของราชการทำได้ขนาดนี้ก็ดรถมไปละ

ครับ (ความคิดยังงี้มีได้แต่อย่าคิดบ่อยนะครับ  ชาติเรายังต้องก้าวต่อไปนะ  ควรทำให้มันดีขึ้น) 

ขอประชาสัมพันธ์ให้เค้าเลยแล้วกันครับ  วันที่ 29 เดือนนี้จะมีโชว์ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพครับ

อันที่จริงเปิดตั้งแต่ 27 แล้ว  แต่คนทั่วไปเข้าได้ 29   ใครอยากไปยลโฉมหอศิลป์แห่งนี้เชิญได้เลยนะครับ

 

 

ปล. ขอได้รับความขอบพระคุณจากคณาจารย์คณะสถาปัตย์  จุฬาที่ประสานงานพาไปชม

และทาง กทม.และทางหอศิลป์ที่ใจดี๊ดี  ให้นิสิตตาดำๆได้เข้าไปชมกันครับ 

 

และสุดท้ายของสุดท้าย.....อ้ากกกกกก  ทำ Thesis ไรดีละเนี่ย  ฮือๆๆๆๆ  T_T  ช่วงนี้ชิลอย่างเดียว

 

 

edit @ 26 Jun 2008 20:16:59 by TOON

FAGILE TECTONIC l mini reseach

posted on 06 May 2008 00:05 by trust501  in Design

เมื่อเทอมที่ได้ได้ลงเรียนวิชาเลือก  Asian  Architecture ครับ   วิชานี้ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาแนวความคิดทางการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เด่นๆในเอเชีย  อย่าง  จีน  อินเดีย  ญี่ปุ่น ซึ่งนอกจากการยกตัวอย่างแนวความคิดแล้ว  ยังยกตัวอย่างงานที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาในแต่ละประเทศ 

http://i70.photobucket.com/albums/i89/trust501/design/DSCN3658.jpg 

จุดประสงค์ที่สำคัญที่สุดของวิชานี้ก็คงจะเป็น  การเรียนรู้คนอื่นเพื่อหันกลับมามองตัวเองครับ  เราได้เรียนรู้ความเป็นมา  ของสถาปัตยกรรมบ้านใกล้เรือนเคียงแล้ว  ก็ควรจะหันกลับมามองเราอาจจะเห็นตัวเราได้ชัดขึ้นนิดนึง (ถ้าเอาให้ชัดจริงๆต้องเนรเทศตัวเองไปอยู่ต่างประเทศซะหลายปีก่อน  แล้วค่อยกลับมา 555) หลังจากเรียนวิชานี้เสร้จแล้วเราจึงมี reseach กันเล็กๆน้อยๆพอหอมปากหอมคอให้ทำกัน  ที่น่าสนใจก็คือ  ที่มาของการทำโปรเจคนี้ละครับ   จากที่จุดประสงค์ของวิชานี้ก็เพื่อให้เรากลับหันมามองชาติบ้านเกิดดูสิว่ามีอะไรที่มันน่าสนใจในการพัฒนาเพื่อก้าวต่อไปกันได้บ้าง

FAGILE   TECTONIC l mini reseach

มาดูที่มาของ reseach กันดีกว่าครับ

จากสมมติฐาน(ย้ำว่าสมมติฐานนะครับ  ไม่ใช่ข้อเท็จจริง)ที่ว่าพวกเราที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้  อันที่จริงแล้วสิ่งปกปิดภายนอกอาจจะไม่จำเป็นก็ได้(ฟังแค่นี้อย่าพึ่งตกใจ  ฟังต่อๆ)  คืออย่างสถาปัตยกรรมเนี่ย  ในภูมิภาคนี้อันที่จริงแล้วแถบจะเรียกได้ว่าโปร่งเบามาก (กรณีนี้ไม่ขอนับบ้านคอนกรีตก่ออิฐกำแพงหนาเตอะแบบที่นิยมกันอยู่ในปัจจุบัน )  สถาปัตยกรรมที่เรียกได้ว่าแจ๋วที่สุดของภูมิภาคเขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทยก็คงจะนึกได้ง่ายๆเลย  นั่นก็คือต้นไม้  จะกึ่ง outdoor ก็ไม่ใช่  จะ indoor ก็ไม่เชิงแต่อยู่ใต้ต้นไม้กลับให้ความรู้สึกที่ดี  อบอุ่น  เย็นสาบายยยย    เพราะฉะนั้นจึงเกิดความคิดที่ว่า  ความต้องการทางการปกปิดเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็น private หรือเพื่อ define space ของมนุษย์ในภูมิภาคนี้จึงเป็นเพียงแค่ความต้องการทางด้านจิตวิทยาเท่านั้นหรือเปล่า

ในที่นี้นำมาซึ่งหัวข้อของงาน reseach ครับ  Fagile  Tectonic  คำว่า fagile ในที่นี้แปลว่าเยื่อบางๆ  เหตุผลข้างต้นได้อธิบายไว้แล้วว่าทำไมไม่ใช้คำอื่น  เพราะสิ่งที่เราใช้ define space ก็เหมือนเยื่อบางๆที่ห่อหุ้มร่างกายนี่เอง ส่วน tectonic ก็เป็นการที่สามารถแสดงถึงที่มาที่ไปของการก่อสร้างได้  ยกตัวอย่างเช่นการทำคอนกรีตเปลือย  ก็จะมีรูของแบบเหล็กอยู่ใช่ไหมครับ  และก็รายของ modular ของแบบหล่อเหล็กที่เหลืออยู่บนเนื้อคอนกรีต  นั่นละครับ  ทำให้เรารู้ว่ามันสรางมาได้อย่างไร

ใน reseach นี้ เพื่อนๆผมก็ทำกันหลายอย่าง  เพราะอาจารย์บัลคับห้ามใกล้เคียงหรือซ้ำกัน  ที่น่าสนใจก็เช่น  เสื่อ  ราวตากผ้า  อิฐบล๊อค(สังเกตุว่ามีไม่กี่ประเทศที่ใช้)  ฝาชี(เพื่อนผมมันทำ  อันนี้ผมก็ชอบมาก)  ม่านน้ำ เป็นต้นครับ    ส่วนของผม  ก็อันนี้เลยครับ  " ระนาบใบไม้ "  หรือพวกหลังคาใบไม้ที่เราเห็นกันเกลื่อนกราดตามชนบทละครับ  และบางคนก็คิดดูถูกดูแคลนว่าบ้านแบบนี้น่ะดูราคาถูก  ไม่ล้ำสมัยเลย...เชื่อไหมครับ  หลังจากทำโปรเจคนี้เสร็จ ผมยังอยากทำส่วนห้องรับแขกที่บ้านต่อเติมออกไปเป็นหลังคาใบไม้แบบนี้เลย 555 เพราะเอาเข้าจริงแล้วในความคิดผม  มันมีเสน่ในเรื่องของมิติทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจมาก  และยิ่งศึกษามันก็ยิ่งผมถึงความน่าสนใจของมันครับ

ข้างบนนี้เป็น page เต็มครับ  ขนาดเท่า A3 สองแผ่นต่อกัน  เหตุผลที่ใช้สีเขียวเพราะสีมันสดใสดีครับ 555  ไม่ใช่หลอกครับ  ก็เลือกสีให้เข้ากับโทนของภาพที่หามาได้ด้วยละ  ถ้าใช้สีออกโทนร้อนมันจะดูกลืนๆไปก็เลยเลือกสีเขียวครับ

แต่ละส่วนของpage อธิบายในส่วนจ่างๆที่ได้ไปศึกษามาครับ  อย่างอันนี้เป็นการแบ่งชนิดของหลังคาใบไม้ออกเป็นหมวดๆตามลักษณ์ทางกายภาพที่แตกต่างกันครับ  ในที่นี้ผมใช้ texture แบ่งนะครับ  ที่น่าสนใจก็คือ  ใบไม้ที่ใช้เนี่ยจะแตกต่างกันไปตามแต่ละภาคครับ  ภาคที่แห้งๆแล้งหน่อยก็จะใช้พวกหญ้าคา  แฝก  ภาคเหนือใช้ใบตองตึง  ภาคใต้ใช้ใบเหรง  เป็นต้น

ส่วนนี้แสดง isometric สามมิติการต่อระนาบใบไม้เข้ากับตัวโครงสร้างรูปแบบ skeleton หรือพวกโครงสร้างไม้ที่เห็นทำกันอยู่ทั่วไป  พวกไม่ยูคา เพราะถูกครับ

อันนี้น่าสนใจมากครับ  แต่ข้อมูลนี้ผมได้มาจากใน internet ที่มีคนมาโพสไว้เป็นส่วนใหญ่นะครับ  เป็นข้อมูลภูมิปัญญาแบบไทยๆที่น่าชื่นชมมากเลยครับ  ยกตัวอย่าง  การเอาไปสาคูไปแช่น้ำเพื่อยืดอายุการใช้งาน  หรือที่เอาไปตองตึงมาทำหลังคา  เพราะเมื่อใบตองตึงโดนน้ำแล้วจะเหนียว  เนื่องจากลักษณะทางกายภาพของใบนั้นมีขนขึ้นอยู่ตามผิวใบ  เป็นต้นครับ

ส่วนตรงนี้ผมก็ชอบมากๆครับ  เป็นการวิเคราะ texture ของระนาบใบไม้ที่เกิดการซ้อนทับแล้ว  ด้วยความคิดเห็นส่วนตัว 555  และรูปแบบอื่นๆที่สามารถพบเห็นได้นอกจากรูปแบบมาตราฐานที่ทำกันอยู่ครับ    น่าสนใจมากจริงๆ 

สุดท้ายก็อยากจะบอกไว้อะครับ  ว่าที่ทำบล๊อคนี้ขึ้นมาก็เพื่อนำเสนองานและแนวความคิดส่วนตัวด้วยครับ  ถ้ามีโอกาสในอนาคตในการนำเสนอด้านอื่นๆก็อยากจะทำเหมือนกัน   เพื่อจะได้เป็นหนึ่งในการเสนอแนวคิดทางสถาปัตยกรรมครับ ไม่จำเป็นต้องหวือหวามากมายครับ(แต่บางครั้งก็ต้องไคว่คว้าและจริงจังบ้างเหมือนกันนะครับ  เดี๋ยวมันจะไม่ก้าวไปข้างหน้า 555 = =' ) แค่เราต้องการแสดงออกมันอย่างใสซื่อบริสุทธิ์  เป็นจริงและตรงตามวิถีมันก็คงเพียงพอแล้ว  

เพราะสถาปัตยกรรมสะท้อนถึงชีวิตครับ 

 

edit @ 5 Jun 2008 21:14:43 by TOON

PROJECT  DESIGN : C I T Y   H O T E L  

http://i70.photobucket.com/albums/i89/trust501/hotel/2-1.jpg

ไม่ได้พูดถึงเรื่องโปรเจคที่ทำซะนานก็เลยอยากกลับมาอัพอีกครับ  อันนี้เป็นโปรเจคเมื่อตอนเรียนปี 4 เทอมปลายครับ  ในโปรเจคหนึ่งๆนั้นจะมีเรื่องที่อยากศึกษาไม่เหมือนกันครับ  เพราะโปรเจคที่ได้นั้น  เมื่อปียิ่งสูง  โปรเจคก็จะยิ่งมีขนาดพื้นที่ใหญ่มาก  ในความเป็นจริงแล้วโปรเจคใหญ่ขนาดนี้ต้องใช้สถาปนิกหลายคนในการออกแบบ  แต่โปรเจคสมมตินี้เราทำคนเดียว  บางจุดก็ต้องถั่วๆไปครับ  อย่างโปรเจคนี้อยากลองศึกษาเรื่องการจัดระเบียบเส้นสายของ site  ที่มีผลกับตัวงานน่ะครับ  (จะเรียกว่าจีเนียสโลไซด์ได้ไหมนะ...)

อย่างที่รู้กันครับ  สถาปัตยกรรมชิ้นหนึ่งๆไม่ได้ตั้งอยู่ที่ใดก็ได้  site หนึ่งๆจะมีงาน design ที่เหมาะสมอยู่ครับ  ในที่นี้ก็ขึ้นอยู่กับการเลือกสรรค์ที่สร้างสรรค์ของตัวคน design อย่างสถาปนิกด้วยละครับ  ว่าอยากให้งานชิ้นนี้แสดง spirit ของตัวมันเองออกมาแบบไหน  (เห็นได้จากส่งงานที่  แต่ละคนก็จัดรูปแบบไม่เหมือนกัน  นั่นละครับการเลือกของแต่ละคนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งต่างๆที่แตกต่างกัน)

http://i70.photobucket.com/albums/i89/trust501/hotel/h7-1.jpg   

อย่างที่เห็นละครับ  site ของโปรเจคนี้แปลกมากๆ  ดูรูปร่างก็เห็นแล้ว  อันที่จริงไซต์รูปนี้สามารถพบได้ทั่วกรุงเทพ  เนื่องจากการตัดถนนผ่านพื้นที่นาเดิมสมัยที่ยังไม่ได้มีตึกมีบ้านขึ้นเต็มขนาดนี้  เราเลยเห็นทางเข้าซอยที่เยื้องๆหรือเป็นมุมแหลมอยู่ได้ทั่วไป   ก็เลยอยากเอาไอ้เส้นเอียงของ site  มาลากไปลากมาในโปรเจคพอ overlay  มันเข้ากับระบบ circulation แล้วก็ได้การจัดแปลนอาคารเป็นเส้นเฉียงๆ  ได้ทรงสามเหลี่ยม (นี่ละที่ว่างแผนมา 555 สามเหลี่ยมที่รัก)

 

แรงบัลดาลใจของโปรเจคนี้มาจากเรือนหลังนี้ละครับ  เรือนพระราม  อยู่ที่พระราชนิเวศมฤคทายวัน ครับ   แปลนของเรือนหลังนี้น่าสนใจมาก  ในเรื่องของเส้นสาย geometric ครับ เลยคิดเอามา adept กับโปรเจคนี้   ถ้าใครมีโอกาสก็แนะนำให้ไปดูนะครับ  ดูตอนที่เปิดประตูหน้าต่างทั้งหลังและลองมองไปทางทะเลนะครับ  จะรู้สึกเหมือนถูกปลดปล่อยยังไงก็ไม่รู้ 555 สำหรับรูปนี้ผมไปเอามาจากไหนก็ไม่รู้จำไม่ได้แล้ว  ถ้าใครเป็นเจ้าของมาเจอก็ขอโทษในที่นี้ด้วยครับ = ='

และก็โปรเจคนี้ยังได้รับแรกบัลดาลใจในการจัดเส้นสายจากตึกหลังนี้ด้วยครับ  พิพิธภัณฑ์ที่วอชิงตัน  งานของ I.M.PEI ครับ  (สังเกตุว่าบางส่วนในโปรเจคนี่แทบจะก๊อบมาเลย 555 )

ข้างล่างนี่ก็ยังเป็นแบบล่างอยู่ครับ  แต่เป็นแบบร่างช่วงท้ายๆแล้ว 

http://i70.photobucket.com/albums/i89/trust501/hotel/blackgroundcopy.jpg

ข้างล่างนี้เป็นรูปแปลนของ Model แบบร่างจนถึงแบบจริงครับ โชว์แต่แปลนเพราะคิดหนักแต่แปลนครับ 555

http://i70.photobucket.com/albums/i89/trust501/hotel/h1-1.jpghttp://i70.photobucket.com/albums/i89/trust501/hotel/d1-1.jpghttp://i70.photobucket.com/albums/i89/trust501/hotel/d2-1.jpghttp://i70.photobucket.com/albums/i89/trust501/hotel/blackground-1.jpghttp://i70.photobucket.com/albums/i89/trust501/hotel/model.jpg

อันนี้โมเดลแบบจริงครับ

http://i70.photobucket.com/albums/i89/trust501/hotel/1.jpghttp://i70.photobucket.com/albums/i89/trust501/hotel/4-1.jpg

อันนี้เป็นแปลนไฟล pdf ที่เอามาจากแคดครับ

http://i70.photobucket.com/albums/i89/trust501/hotel/Untitled-1-1.jpghttp://i70.photobucket.com/albums/i89/trust501/hotel/Untitled-2-1.jpg

อันนี้รูป Tive ครับ  ไม่ได้สวยอะไรแต่ภูมิใจเพราะปั่นในเวลาแปปเดียว

http://i70.photobucket.com/albums/i89/trust501/hotel/PD2-2.jpg http://i70.photobucket.com/albums/i89/trust501/hotel/PD2-3.jpghttp://i70.photobucket.com/albums/i89/trust501/hotel/untitled-3.jpg

รูปข้างบนนี้ใช้เวลาวาดรวมชอปด้วยแค่ 15 นาทีเองครับ 555

โปรเจคนี้ถือว่าชอบครับ  เพราะได้ทำในสิ่งที่คิดได้ผลออกมาโอเคครับ  แม้ในเรื่องความเป็นจริงมันจะไม่เวริคในหลายๆด้าน  เช่นในเรื่องความประหยัด 555 สร้างจริงคงแพงมาก  แถมไม่ประหยัดพลังงานสุดๆ  กระจกเยอะมาก  แต่ก็เป็นโปรเจคที่ชอบเรื่องเส้นสายที่สุดแล้วครับ

 

 

edit @ 2 Jun 2008 23:44:19 by TOON