สวัสดีครับ ห่างหายจากการอัพไปเป็นชาติอันเนื่องมาจากงานที่แสนหนักหน่วง บวกกับตอนอยู่หอมีแต่เน็ทแบบไวเลสให้ใช้ สัญญาณก็ไม่ค่อยจะดีใช้ไปใช้มาก็หลุดซะเฉยๆ จะอัพโหลดรูปทีไรทำไม่ได้ซะที พูดแล้วก็เจ็บกระดองใจ ฮึ่มๆๆ

แต่พอดีช่วงนี้หยุดกีฬามหาลัยทั้งที ก็เลยขออัพสักหน่อยละ เพราะหลังจากไม่ได้อัพมาซะนานมีเรื่องต่างๆมาเล่า กลับมาครั้งนี้ของเล่าไว้ยาวหน่อยนะครับ แต่ก็อย่าห่วงนะ ภาพยังมีเยอะเช่นเคย ที่มีเนื้อหาเยอะเพราะว่างานชิ้นนี้ชิ้นใหญ่มาก แถมใช้เวลาทำงานและก็ประสานงานกับหลายๆฝ่ายเยอะ ก็เลยขอเนื้อหายาวหน่อยเอาเก็บไว้ เดี๋ยวลืมครับ...แหะๆ งั้นก็ขอเริ่มเลยแล้วกันครับ

LAND MARK Stand จุฬาฯ

ฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์

ครั้งที่ 63

ขอขอบคุณรูปจากโอ สถ.ไทยคร้าบบ

ก็ขอเล่าถึงประวัติความเป็นมาของแลนมาร์คชิ้นนี้ก่อนละกันครับ ก็ในทุกๆปีที่งานบอลเวียนมาบรรจบอีกครั้งก็เป็นอันว่าพวกเราชาวสถาปัตย์ปี 3 จะต้องช่วยกันออกแบบและก่อสร้างรวมถึงติดตั้ง Land Mark ที่อยู่ด้านหลังstand และก็รวมถึงการทำเสลี่ยงแห่พระเกี้ยวด้วย โดยปีนี้เราได้รับคำร้องมาว่า ปีนี้ขอใหญ่ๆ สวยๆ เพราะเป็นปีที่ครบรอบ 90 ปีแห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เริ่มแรกก็มีการให้เพื่อนๆหลายคนในสตูส่งแบบมาให้ดูกันก่อน ซึ่งจากการที่รวบรวมแล้วได้ประมาณหกแบบด้วยกัน แล้วก็เอาทั้งหกแบบนี้ส่งไปให้ทาง อบจ. เลือกอีกที( ถ้าคนอยู่จุฬาคงรู้ว่าคืออะไร ส่วนคนที่ไม่รู้ อบจ.ก็ประมาณว่าคือคณะกรรมการนิสิตน่ะละมั้ง เหอๆ)

แบบตอนแรกที่ส่งไปนั้นของผมส่งไปสองแบบ อันแรกเป็นคล้ายๆรูปคลื่นสามเหลี่ยมพับไปพับมา อยู่ข้างหลัง Stand โดยกะว่าวัสดุที่ทำอาจจะเป็นการเอาเชือกฟางมาร้อยต่อกันเยอะๆ เพราะเคยเห็นงานที่พวกรุ่นพี่ Stu70 เคยเอามาใช้ทำนิทรรศการแล้วรู้สึกว่าสวยมากเลย ส่วนอีกแบบเป็นการใช้การตีไม้ระแนงแทน และทำช่องว่างระหว่างการตีไม้ให้เกิดความน่าสนใจ เช่นว่าจะใส่พระเกี้ยวเข้าไป และทำตัวหนังสือเจาะเป็น negative แล้วก็ส่งแบบไป

หลังจากผ่านการคัดเลือกมาเรียบร้อยแล้วปรากฎว่าเค้าชอบแบบอันที่เป็นคล้ายๆคลื่นพับไปพับมา ด้วยเหตุผลที่ว่ามันดูเหมือนศาลาพระเกี้ยวดี (ชะอ้าว) แล้วก็คอมเมนต์ว่าให้เพิ่มส่วนของ คำว่า 90ปี กับทำให้ตัวพระเกี้ยวนั้นใหญ่เด่น เห็นได้แต่ไกล ทีนี้ก็เลยต้องเอาแบบมาปรับอีกที เหอๆ เหนื่อยเลยงานนี้ เอ้อ! ลืมบอกไปว่าแบบที่คิดตอนแรกนี้มี concept ของมันอยู่แล้ว ก็ตอนแรกที่คิดว่ามาจากเส้นเชือกสานๆกันนั้น เพราะพยายามเอา theme ที่เค้าให้มา คือ " หนึ่งเดียว เพื่อแผ่นดิน " ซึ่งเป็น theme ที่จุฬาฯ กับธรรมศาสตร์ใช้ร่วมกันในงานบอลครั้งนี้ ก็พยายามคิดว่าจุฬาน่าจะแสดงออกมายังไง ตอนแรกที่คิดก็อยากจะให้มันออกมาประมาณว่าจุฬาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมให้สมกับ...เกียรติของจุฬาคือเกียรติแห่งการรับใช้ประชาชน เลยพยายามคิด form ที่มีหน่วยยูนิทเล็กๆมารวมกันเป็นยูนิทใหญ่ๆ อย่างเม็ดฝนตกลงมาเป็นผืนน้ำ(ชักจะเว่อ เหอๆๆ) แต่ด้วยการประมาณการเรื่องของงบประมาณ ความง่ายของการก่อสร้าง รวมถึงเวลาที่มีอย่างจำกัดแบบก็เลยมาลงเอยที่เป็นเส้นเชือกสานกันไปมาในลักษณะเหมือนคลืนน้ำ

ในงานบอลแต่ละปีนั้นทางจุฬาฯนั้นจะจ่ายงานให้พวกเราทำงานกันหลายคณะ อย่างส่วนของสถาปัตย์เองได้งานชิ้นที่ค่อนข้างจะใหญ่และต้องใช้เวลาในการดำเนินงานมาก แต่พวกเราแม้เวลาว่างส่วนตัวก็ไม่ค่อยจะมีกันอยู่แล้วเมื่อเทียบกับธรรมศาสตร์เท่าที่ได้ยินมา งานพวกนี้เค้าจะทำกันเป็นชมรม แม้จะคนน้อย แต่เค้าก็มีความพร้อมมากกว่าสามารถเริ่มงานได้เร็วกว่าเราเยอะ เป็นเดือนทีเดียว

หลังจากที่ได้แบบที่แน่นอนแล้วก็นู่นละ หลังปีใหม่กว่าจะได้เริ่มงานกัน (เพราะช่วงคืนวันปีใหม่ยังต้องมานั่งทำงานส่งอาจารย์ ฮือๆๆๆ) ช่วงนี้ก็เริ่มมีการคุยแบบกันในคณะ การปรับเปลี่ยนตัววัสดุ แก้แบบที่แน่นอน รวมถึงการทำโมเดลด้วยนะ (ปีนี้ลงทุนสู้ตาย Stu72) ที่ลงทุนทำขนาดนี้ก็คิดว่า ตัว Land Mark มันเห็นได้ง่ายที่สุดในภาพรวมของงานบอล แล้วปีนี้ก็ยังครบรอบ 90 ปีจุฬาฯอีกเป็นเกียรติเพื่อตัวเอง ของเพื่อนStu72 เกียรติของคณะ และก็ของจุฬาฯด้วย สู้ๆๆๆ

ภาพนี้ถ่ายจากเพื่อนๆที่อยู่โต้รุ่ง

ช่วงที่กำลังออกแบบแลนมาร์คตัวนี้ เริ่มจากช่วงที่ได้รับงานมาจาก อบจ. ช่วงนั้นเป็นช่วงส่งโปรเจคพอดี(ประมาณสองอาทิตย์ก่อนปีใหม่ได้) นรกครับนรกขบตาหลับขับตานอนทำโปรเจค แถมยังมานั่งคิดแบบส่งอบจ. หลังจากส่งโปรเจคเสร็จ ตามด้วยอาทิตย์สอบ ผมเห็นเด็กขณะอื่นอ่านหนังสือเตรียมสอบกันก่อนหน้าตั้งหลายอาทิตย์ แต่พวกผมสิอ่านหนังสือก่อนสอบกันแค่สามสี่วันก่อนหน้า สอบเสร็จก็เป็นช่วงของการหยุดปีใหม่ แต่ก็ยังมีโปรเจค Interior ต้องส่งวันที่ 3 ม.ค. ไปเที่ยวกับพ่อแม่แค่คืนเดียวเอง คืนวันปีใหม่ต้องมานั่งคิดงานตัดโมเดลกับเพื่อนๆ...ฮื่อๆส่งเสร็จก็มีงานส่งโปรเจครออีก แถมด้วยส่งสมุด lecture สถ.ไทยเป็นคะแนนมิดเทอม จ๊ากกกกก จะบ้าตาย จำได้ว่าเดินไปเดินมาที่หอเจอพี่ชิที่เป็นประธานงานบอลของจุฬา พี่แกยังถามเลย ไหวป่าว ได้นอนป่าวเนี่ย เราก็ต้องตอบไปสิ ไม่เปงไรครับพี่ สบ้ายยยยย(หารู้ไม่เดินยังแทบไม่ตรงทาง) นี่ละครับชีวิตของเด็กถาปัตปี 3 ในช่วงก่อนงานบอล เหอๆๆ

อันนี้ทำตอนคืนก่อนงานบอลสองวัน กำลังตอกๆๆ ลุยๆๆ

ป๊องเพื่อน Stu72มาช่วยทาสีตอนบ่ายๆของวันศุกร์ อาจสงสัยว่าพวกผู้ชายไปไหนหมด ปล่อยให้ผู้หญิงทำงานกัน เพราะพวกผู้ชายกำลังหมดสภาพกันอยู่เนื่องจากเลิกงานกันตอน เก้าโมงเช้า เหอๆๆ

หันไปดูสแตนฝั่งธรรมศาสตร์ จ๊ากกกก ขึ้นจะเสร็จแล้วรึเนี่ย

หันมาดูฝั่งเรา..........ง่า ยังไม่มีแม้แต่ชิ้นเดียว

ชิ้นส่วนตัวอักษรที่เห็นแท้จริงแล้วคือโฟมนี่เอง

ที่เห็นนี่จะเห็นว่าชิ้นส่วนแรกได้ถูกยกขึ้นไปติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้ถ่ายตอนยกเพราะตอนนั้นไปช่วยเค้ายก จะบอกว่ามันหนักโคตรๆอะ พอยกขึ้นไปข้างบนเสร็จ เพื่อนก็เรียกลงมาให้เล็งดูตำแหน่งจากข้างล่าง ว่าโอเคไหม "ไปทางซ้ายอีก อีกกกก... พอ!!!"

อันนี้พอดีมีอาจารย์ที่คณะมาดูด้วย อาจารย์เลยให้เพิ่มโครงสร้างการรับแรงบางจุดให้แข๊งแรงมากยิ่งขึ้น ก็ของมานหย่ายยยยยยย

และแล้วเวลาแสนสนุกก็มาถึง ชิ้นมหาประลัย ใหญ่มาก หนักมาก สูง 6.5 เมตร ตอนแรกก็กลัวเจ้าชิ้นนี้ละครับว่าจะยกขึ้นไปได้ยังไง แต่สุดท้ายก็ยกขึ้นไปจนได้ เท่าที่ได้ฟังพวกที่ยกๆมา เค้าบอกว่าไม่เคยยกอะไรหนักเท่านี้มาก่อนเลย แต่รู้สึกสะใจพอยกเสร็จแล้ว

ตอนแรกนึกว่ามีคนยกประมาณห้าสิบหกสิบคน ที่ไหนได้ลองมานับในภาพดู แปดสิบ เก้าสิบคนแล้ว แถมยังไม่รวมคนที่อยู่ข้างที่กำลังตอกโครงสร้างให้มันอยู่กับที่อีก เป็นร้อยแหง่มๆ

อันนี้กำลังติดชิ้นที่สาม ไม่สูง แต่ยาวมากกกกก 17.5 เมตรได้

ติดตัวอักษรแล้ววว ตอนตีสองตีสาม

อันนี้ตอนติดตั้งเสร็จแล้ว เพื่อนๆมันเริ่มเกิดอาการรั่ว สงสัยเห็นรีดเต้นแล้วอยากลองมาเต้นมั่ง " เอ้า!!ตัวเอง เต้นตามเค้านะ อะหนึ่ง สอง สาม "

ข้างบนนี่กองเชียร์ วี้ดดดดดดดดวิ้วววววววววว

นี่เลย ถ่ายของจริงเทียบกับโมเดล จะเห็นว่ามีบางส่วนที่ไม่เหมือนกัน เพราะตัวโมเดลก็ค่อนข้างจะเยินมากพอควรจากการแกะติดๆอยู่หลายรอบ แล้วตัว Land Mark ของจริงที่ทำการแก้แบบบางส่วนให้ก่อสร้างง่าย เนื่องจากของจริง วัสดุเป็นไม้ไม่ใช่ชานอ้อย และตัวเชื่อมจริงก็เป็นตะปู ไม่ใช่กาว... สังเกตุว่าทำไมถึงมีโมเดล? ก็เพราะว่าเราอยากทำให้มันดูเป็นสามมิติมากขึ้น ถ้าทำเป็นสองมิติไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ เพราะไม่ค่อยมีผลในเรื่องของมุมมองเท่าไหร่ เห็นเรียบๆอย่างนั้นน่ะต้องตัดติดโมเดลไปมาตั้งหลายรอบกว่าจะได้เอฟเฟคที่ต้องการ เพราะมุมมองที่เกิดจากการมองตัว Land Mark เกิดจากหลายมุม และยิ่งเราทำเป็นสามมิติด้วยแล้ว ยิ่งจะส่งผลต่อมุมมองของคนในแต่ละที่สูง ก็เลยต้องทำโมเดลออกมานี่ละครับ

อันนี้แอบลงไปเดินด้านล่าง แต่สุดท้ายก็โดน Staff ไล่ขึ้นมาซะได้ จะเห็นว่า land mark นี้ถ้ามองในมุมที่ไม่เหมือนกัน ก็จะได้ภาพที่ต่างกันค่อนข้างมาก เพราะจากการที่มันดูค่อนข้างเป็นสามมิติ แล้วก็การพิงตัวแลนมาร์คให้เอียงไว้กับกำแพงสนามอย่างที่บอกไว้ โดยส่วนตัว ผมชอบมุมนี้มากเลย เพราะตัวพระเกี้ยวนั้นเอียงสวยดี

อันนี้ตอนเริ่มมืด ท้องฟ้าเป็นสีม่วง ชมพูอ่อนๆ รับกับตัว Stand มากเลย

อันนี้มาพูดถึง Concept กันครับ

ตอนหลังที่ concept ที่แน่นอนได้ออกมาแล้วก็คือ ศาลาพระเกี้ยว แต่ในความคิดผม ผมไม่อย่างออกแบบให้เป็นศาลาพระเกี้ยวจ๋า จริงอยู่ว่า Land Mark นั้นต้องการความชัดเจนในการตีความในระดับหนึ่ง แต่เนื่องจากงานบอลนั้นจัดนานกว่าครึ่งวัน ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรที่เราจะทำการลดทอนพระเกี้ยวและตัวศาลาพระเกี้ยวนั้นให้สอดประสานไปด้วยกันให้ดูยากขึ้นนิดนึง ถือว่าเป็นการนำเสนอตัว LandMark ให้มีเสน่ที่แปลกไปกว่าทุกๆปีด้วยนะผมอยากให้มันไม่เหมือนกันในมุมมองที่มองจากที่ต่างๆกัน อยากให้เป็น ..."จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในมุมมองของแต่ละคน" บางคนอาจบอกแล้วทำไมไม่ทำออกมาเป็นกระจก หรืออื่นๆที่ให้ความหมายของการสะท้อนหรือมุมมองมากกว่านี้ มันขึ้นอยู่กับว่าคุณคิดยังไงน่ะครับ ผมคิดว่าใครๆส่วนใหญ่ก็คงนึกถึงกระจกก่อนหรืออย่างอื่นๆที่เข้าใจง่าย (ผมยังคิดเลย) มันออกจะน่าเบื่อนะผมว่า

แบบในตอนแรกที่ร่างแบบจริงเสร็จแล้วนั้น ตัว Land Mark ไม่ได้มีแค่นั้นหลอกนะจริงๆแล้วมีเยอะกว่านั้นอีก คือจะมีตัวสามเหลี่ยมเปรียบเป็นส่วนหนึ่งของศาลาพระเกี้ยวนั้นเต็มด้านหลัง Stand เลย (ของจริงที่เห็นนั้น จะเห็นหลักๆสองชิ้นใหญ่ แต่ในแบบเดิมมีถึงห้า-หกชิ้นเชียวนะ) แต่เนื่องด้วยระยะเวลาและงบประมาณ ความยากง่ายของการทำ จึงออกมาอย่างที่เห็นนี่ละครับ แล้วก็ในความเห็นของคนอื่นๆ อาจจะตีความไปว่า มันคือศาลาพระเกี้ยวที่เอาตัวพระเกี้ยวมาใส่ไว้ แต่ในตอนที่ผมออกแบบนั้นผมคิดไปมากกว่านั้นนะ ตั้งแต่ที่ตั้งใจแต่แรกแล้วว่าจะไม่ทำแบบแบนๆสองมิติแล้ว เพราะมีอย่างหนึ่งที่แม้จะทำการแก้แบบหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ยังยึดติดไว้อยู่คือการเอาForm ของสามเหลี่ยมมาใช้โดยเพราะมันดูจะเป็น Represent ของตัวพระเกี้ยว หน้าบันของหอประชุม หรือของตัวศาลาพระเกี้ยวเองได้ดี(ทางฝั่งธรรมศาสตร์บางคนบอกแอบเหมือนโดม ก็ไม่แปลก เพราะโดมธรรมศาสตร์ถ้ามองเป็น outline ก็จะเป็นสามเหลี่ยมเช่นกัน) ถ้าดูดีดีแล้ว ตัว Fromหลักนั้นจะประกอบไปด้วยสามเหลี่ยมสามชิ้นที่เหลื่อมๆกันอยู่ ดูแล้วให้ความรู้สึกที่เคลื่อนไหว มองแล้วเหมือนมันเคลื่อนออกจากกันให้เห็นเนื้อในสีชมพู ชิ้นที่ใหญ่ที่สุดเคลื่อนออกมา ใช้ระนาบเดียวกันนี้พับขึ้นเป็นตัวพระเกี้ยวให้จุดที่พับเป็นจุดที่ยื่นออกมามากที่สุดแล้วของชิ้นนี้ น่าจะยื่นออกมาเกือบๆสองเมตร เป็นจุดที่เกิดการเปลี่ยนมุมมองพอดี

อยากจะขอเล่าเพิ่มเติมนิดนึง ตอนแรก ก่อนที่จะส่งแบบครั้งแรกอีก คิดไว้ตั้งนานแล้วว่า อยากให้ concept ของงานนี้มาจาก concept หลักประจำใจของพวกเราชาวจุฬาฯ นั่นก็คือ เกียรติของจุฬาคือเกียรติแห่งการรับใช้ประชาชน ตอนแรกก็พยายามคิด Form แต่คิดไม่ออกซะที พอมาดูแบบอันนี้ที่ทำเสร็จแล้ว ตัว Form สามเหลี่ยมที่เยื้องกันแล้วเหมือนมีสีชมพูอยู่ข้างใน ก็มาคิดว่า เอ้อ! มันก็ดูเข้ากับ conept แรกเดิมที่ตั้งไว้นะ อาจจะดูเหมือนแถ แต่นี่ก็เป็นเรื่องจริงนะ

ที่ทำสีภายนอกเป็นสีขาวเพราะกะว่าตอนกลางคืนจะมีการฉายไฟสีอาบ Stand จากด้านล่าง แต่เอาเข้าจริง ปีนี้ไฟสนามศุภฯ เปิดสว่างมาก จำได้ว่าตอนปี 61 (ตอนนั้นขึ้นไปนั่งอยู่บนstand) พอแข่งบอลเสร็จจะมีการปิดไฟบางส่วน(หรือเปล่า..) ตอนนั้นจะเป็นการเล่น lignting ที่สวยมากเลย แต่ดันผิดคาด เล่นเปิดไฟไม่ดับกันเลย ทำให้ lighting ที่คิดไว้ไม่ค่อยเป็นดังที่หวังเท่าไหร่ มิงั้นตัวแสงสีเหลืองที่ส่องเข้าไปในหลืบ negative สีชมพู จะตัดกับแสงที่อาบจากข้างบนขึ้นผิวสีขาวชัดเจน พูดแล้วก็แอบเจ็บใจนิดๆ แง่มๆๆ และก็ขอชื่นชมธรรมศาสตร์ด้วยละครับ ที่ทำเป็นรูปนกออกมาชัดเจน ดูแปลกใหม่และแหวกแนวดีจริงๆนะ Lighting สวยมากครับ ทุกๆปีเลย


อะ!อันนี้ของแถม เสลี่ยงแห่พระเกี้ยว ปีนี้สวยเป็นพิเศษจริง ต้องขอชมพวก สถ.ไทยนะเนี่ย เยี่ยมจริงๆ สถาปัตย์ๆๆๆ


ท้ายที่สุด ขอขอบคุณ เพื่อนๆStu72 (โดยเฉพาะแห้วกับไอ้โจ้) ขอบคุณรูปจากโอ รุ่นพี่รุ่นน้องเพื่อนๆ ที่ช่วยมาดูๆปรับแบบให้ ทุกคนที่คอยให้กำลังใจ เพื่อพ้องชาวจุฬาที่ช่วยกันยกLand Mark ขึ้นไปตั้งในคืนก่อนวันงาน ขอบคุณทุกคนครับ ลาก่อนงานบอล 63และท้ายที่สุดสุขสันวันเกิดปีที่ 90 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย...............แล้วเจอกันใหม่คร้าบ

ส่วนตัวแล้วรู้สึกพอใจมากนะครับ และภูมิใจอย่างมากทีเดียวที่เห็นแบบที่อยู่ในกระดาษเป็นแผ่นๆออกมาอยู่บน stand ของจุฬาจริงๆ บางคนบอกมันดูเรียบๆเกินไป ซึ่งอันที่จริงแล้ว มันก็เป็นความตั้งใจของพวกผมเองนี่ละที่ต้องการให้มันเรียบ คือ...พวกผมมองว่าความเป็นจุฬาลงกรณ์ไม่น่าจะใช่อะไรที่ยุบยับๆ ที่คนอื่นบอกว่าสวย แต่ไร้ซึ่งความสง่างาม แม้ Form ที่ทำขึ้นจะโฉบเฉี่ยว แต่ด้วยการควบคุมโทนสีกับ ornament ทำให้มันดูเรียบแต่ก็ยังสง่างามอยู่

ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วจะมีคนชอบมากน้อยแค่ไหน เพราะเท่าที่ได้ยินมาก็มัทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ แหะๆๆ ก็เอาเป็นว่าถือซะว่าเป็นการโดน comment แบบตามประสาปกติของการทำงานสถาปัตย์แล้วกันครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอโทษง่ะ งานนี้ไม่ได้ช่วยไรเท่าไหร่เลย

ดูๆภาพตอนเย็นแล้วแบบว่า...
นายน่าจะหาโอกาสออกแบบงานพวกที่อยู่กับลานกว้างๆแฮะ
สนามบินเป็นต้น อิๆ

จะว่าไป ดีใจด้วย งานได้ถ่ายทอดสดทั่วประเทศไทย อิๆ

#1 By โคค่อน on 2007-01-22 23:50

จะบอกว่าถ่ายก็ถ่ายแต่ตอนนักฟุตบอลเตะ
แต่จริงๆแล้วงานบอลมีอะไรๆให้ดูมากกว่านั้นมากมายนักน้า

#2 By TOON on 2007-01-22 23:54

เก่งจังเลยเพื่อนกรู

ไม่บอกไม่กล่าวเลยนะ

ดังเลย

เด๋วจะให้มาออกแบบ เรือนหอ งานแต่งงาน อิอิ แล้วก็คลินิก ถ้ามีปัญญาได้เปิด

#4 By Heart (125.26.239.93) on 2007-01-23 00:51

เจ๋งมากเลยค่ะพี่ มีติดไฟด้วย(?)
ภูมิใจแทน ฮ่าๆๆ

#5 By phelle on 2007-01-23 09:59

ที่จริงตั้งแต่นี้ไปอาจจะมีคนนอกเข้ามาดูเยอะเนื่องจากไปโพสไว้ที่เว็บบอร์ด Baka เพราะมีคนอยากให้พูดถึงที่มาที่ไปของแลนมาร์ค

อันที่จริงก็มีคนมาถามขอชื่อผมตอนยกแลนมาร์คในคืนก่อนวันงานเหมือนกัน แต่เนื่องจากเราทำงานกันเกือบถึงเช้า ในวันงานพวกเราส่วนใหญ่ก็เลยหมดสภาพกันไปโดยปริยาย เค้าคงหาตัวเพื่อถามหาคอนเซ็ปของงานไม่ได้ละครับ ผมว่า

#6 By TOON on 2007-01-27 00:19

เราเปงเด็ก มธ นะ ขอบอกว่า เจ๋งมากๆเลย ยิ่งใหญ่มากๆ

ยังไงก็สู้ต่อไปนะ เราชื่นชมผลงานเด็กถาปัด จุฬาฯ นะ เพื่อนเราเรียนอยู่เยอะ

#7 By McDum (58.9.145.97) on 2007-01-30 22:13

สวยมากค่ะ อย่าไปฟังที่พวกเห่าใบตองแห้งนะคะ คุณตูนสุดยอดค่ะ

#8 By *~LemoN Te@~* on 2007-02-21 01:30

พพ[พไส
วไนพลพำ
]พพพพ

#9 By พชจะ (58.8.141.116) on 2007-12-22 13:56

สหวัดดีค่ะconfused smile confused smile

#10 By โปรแกรมบัญชี (58.9.163.6) on 2009-01-13 00:49

อยากเรียนบ้างจัง

#11 By ผลฟุตบอล (124.120.160.199) on 2009-02-10 15:13