U R B A N   .................

 

กระทู้นี้แอบพูดถึงเรื่องกว้างๆ  คือว่าช่วงนี้บ้าระบบขนส่งมวลชน  ประกอบกับเทอมนี้เรียนวิชาเกี่ยวกับผังเมืองด้วย  เลยเริ่มมีความสนใจเกี่ยวกับกาวางผังเมืองขึ้นมา  ก็เลยลอง seach โครงการการพัฒนาในอนาคต  รวมถึงแนวโน้มในการพัฒนาพื้นที่ของบ้านเมืองเรา  แถมด้วยดูแผนที่ประกอบกับ google earth เป็นว่าเล่นเลยละ(นับเป็นชั่วโมงแล้วเยอะกว่าเล่นเกมอีกนะเนี่ย)ก็เลยได้ข้อมูลต่างๆที่น่าสนใจที่เกี่ยวกับวิชาชีพเรา(ไม่มากก็น้อย)มาให้เราฟังดังนี้

อันแรก  เป็นผลพวงมาจากการได้เรียนวิชา LA จากอาจารย์ภาคแลน (จารย์จามรี) จารย์พูดถึงเรื่องแลนกับการวางผังเมืองต่างๆ  สุดท้าย  แน่นอนว่าก็ต้องมาพูดถึงผังเมืองไทยกันบ้าง  จารย์ก็พูดขึ้นมาดักคอเลยว่า  ผังเมืองไทยมันดูเหมือนไม่ได้ว่างใช่ไหม  (นึกในใจมันเคยวางด้วยเหรอจารย์ 555) จริงๆแล้วเราก็มีการวางผังเมืองบ้างเหมือนกัน  สังเกตได้จากแกนกรุงรัตนโกสินทร์จะชัดมากๆ  จากวัดพระแก้ว  ไปถนนราชดำเนิน   ถึงพระที่นั่งอนันตสมาคม   (อืม....ก็จริงจารย์  สวยอยู่จุดเดียวนี่ละ )  แล้วอาจารย์กเลยพูดถึง  รายงานการศึกษา "จักรีนคร"  ขึ้นมา  เป็นโครงการที่ทางรัฐบาลให้คณะสถาปัตย์จากหลายๆที่ศึกษาเพื่อหาสถานที่ตั้งรัฐสภาแห่งใหม่ขึ้นมา  ของจุฬานั้นเสนอให้ตั้งที่บริเวณเกียกกาย  ซึ่งเป็นพื้นที่ของทหาร  เพราะจะได้เวนคืนได้ง่าย   เป็นการต่อแกนขึ้นไปจากถนนราชดำเนิน  เป็นเสมือน ถนนสายประวัติศาสตร์ที่สำคัญของกรุงเทพ...  เพื่อความสง่างาม   สมกับเป็นศุนย์กลางการปกครอง

ภาพข้างบนนั่นผมหามาจากข่าวในเน็ทนี่ละครับ  เหมือนกับที่อาจารย์ได้อ้างอิงไว้  ว่าในอนาคตรัฐสภาจะมีพื้นที่ตติดแม่น้ำเจ้าพระยา  ให้สมกับเป็นเอกลักษณ์กรุงเทพ  แต่ออกจะต่างไปสักหน่อย  ตรงที่ภาพนี้ให้รัฐสภาไปอยู่ริมน้ำเลย  แต่ในแบบศึกษาเดิมนั้น  รัฐสภาอยู่ตรงจุดปลายตาเหมือนกับพระที่นั่งอนัน  โดยมี Plaza ขนาดใหญ่รับก่อนถึงอาคาร   ซึ่งผมว่าควรจะเป็นแบบนั้นละ

 ที่จริงเรื่องนี้เงียบหายไปตั้งแต่ปี 42 จนมาถึงรัฐบาลที่แล้วมีแนวความคิดจะรื้อฟื้นขึ้นมาโดยการอ้างอิงจากพื้นที่การศึกษาเดิมและพื้นที่ที่ไปหามาได้ใหม่  สุดท้าย  เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล  รัฐบาลชุดปัจจุบันนี้  ก็ได้มีการริเริ่มโครงการขึ้นอีกครั้ง  โดยได้ฟันธงว่าให้ไปสร้างที่แถวๆนนทบุรี เหตุที่รีบจัดการเรื่องต่างๆอย่างรวดเร็วนี้ก็เพื่อจะได้ให้ทันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสร็จวางศิลาฤกธิ์ในปีอันเป็นมหามงคลในปีนี้ (เหมือนมีเหตุการณ์ว่าทางสมาคมทั้งสถาปนิกและวิศวกร พยามยามคัดค้าน  แต่รู้ไหมโดนตอบกลับมาว่ายังไง  พวกคุณไม่มีสิทธิในการกำหนดพื้นที่  คุณมีหน้าที่ทำให้มันสวยที่สุด....ห่วย...) แต่โชคดีโดนพวกผู้อยู่อาศัยแถวนั้น  ทั้งพระทั้งโรงเรียน  สนามกอร์ฟแถวนั้นประท้วงซะจนเรื่องเงียบหายไปก่อน  มิยังงั้นเราคงมีรัฐสภาที่ไม่สง่างามเอาซะเลย  ทำไม่เอาไปไว้ซะตั้งไกล  ไม่มีประวัติศาสตร์  ไม่มีการวางแผน  ตั้งตรงนี้เพราะมันกระทบน้อยที่สุด...แค่นั้นเองเหรอ 

จนล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ทางสมาคมสถาปนิกสยามฯ ถึงกับออกมาฝันธงเลยว่า  ขอยืนยันสนับสนุนพื้นที่บริเวณเกียกกายตามการศึกษาของจุฬาฯ(เห็นสมาคมทำยังงี้แล้วรู้สึกดีใจมากๆเลย)  ซึ่งตามมาด้วยกานสนับสนุนจากสมาคมอื่นๆตามมา   ที่นี้ก็ต้องรอดูแล้วละครับ  ว่ารัฐบาลจะเอายังไง  แต่ถ้าถามผม  ผมก็ว่าเอาเกียกายเถอนะ  กรุงเทพฯจะได้มีสถานที่ที่เป็นหน้าเป็นตากับเค้าเพิ่มมากขึ้นบ้าง  เห็นประเทศเพื่อนบ้านเราที่กำลังพัฒนาประเทศกันแบบวิ่งอยู่คณะนี้แต่ประเทศเรากลับคลานเนี่ย  รู้สึกไม่ดีจริง  แถมคลานนี่ก็คลานแบบไม่ได้คุณภาพอีกต่างหาก   เห็นประเทศเพื่อนบ้านมีการพัฒนาเมืองแบบที่   โอ้โห ...สวยจัง  บางเมืองที่เค้าไม่เน้นเรื่องการพัฒนาในระดับไฮเอ็น  อย่าง  ฮานอย  แม้จะเป็นเมืองเก่า  แต่บ้านเมืองเค้าสะอาดเรียบร้อยมากเลยนะ  ในเรื่องของถนนหนทาง  ไม่มีสายไฟมาเกะกะลูกตาเลย  ซึ่งถ้าพิจารณากันจริงๆแล้ว  กรุงเทพเนี่ยได้เปรียบเค้านะ  มีทั้งความเก่าความใหม่ผสมกันอยู่(ไม่รู้ว่าได้เปรียบจริงรึเปล่านะ)  เป็นเมืองที่มีความเป็นเอกลักษณ์  เหมือนเอาฮานอยผสมกับโฮจิมินเลย   แต่เห็นการทำงานของผู้ใหญ่แล้วเซ็ง   สังเกตเวลาดูภาพถ่ายของต่างประเทศ  เค้าจะถ่ายเห็นทางเท้าสวยๆ บรรยากาศคนเดิน  มาดูของเรา ถ้าจะเห็นโชว์ก็ภาพตึก  แนวกว้างๆ  แต่อย่าได้มีภาพถนนกับทางเท้าเชียว

เคยไปคุบกับเพื่อนที่เรียนรัฐศาสตร์  มันบอกว่าช่วงนี้ทำงานอยู่กับกรมโยธาธการและผังเมือง  มันบอกว่าผังเมืองน่ะมีนะ  แต่คนไม่ปฏิบัติตาม  เค้ามองว่าผังเมืองเป็นตัวถ่วงความเจริญ.......  ได้ไงอะ...  มันบอกว่าคนทั่วไปจะมองว่าความเจริญคือการมีห้างอยู่ในชุมชน (ไม่ใช่เรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง...ดูอย่างอัมพวาสิ)  ผังเมืองเป็นตัวไปควบคุมเค้า  ไม่ให้องค์กรส่วนท้องถิ่นทำให้มีห้างในชุมชนนั้นๆ   ทำให้เค้าคิดว่าผังเมืองเป็นสิ่งไม่จำเป็น   มีไปทำไม  ถ่วงวามเจริญ.......  จังหวัดที่ยกตัวอย่างมานี้   คือจังหวัดปทุมธานี....คิดดูว่าใกล้กรุงเทพขนาดนี้ยังไม่สามารถความคุมการเติมโตของเมืองได้เลย.....แต่ก็เข้าใจความคิดเค้าอะนะอาจเพราะอยู่ใกล้เมืองใหญ่มากไปเลยมองอย่างงั้น  ไม่มีคนตัวกลางไปอธิบาย  ให้เค้าเข้าใจมันจะไปดียังไงได้

 

อย่างภาพนี้  เป็นการพยายามส้รางเมืองให้สวยงามในแบบของ กทม.  ซึ่งผมว่าไอ้เสานี้ก็ดูดีที่สุดในบรรดาเสารถไฟฟ้าต้นอื่นๆแล้วอะนะ   ถ้าถ้าให้ดูจริงๆแล้ว  ถ้าอยากปลูกไม้เลื้อยขึ้นเสา  ทำไมไม่ทำให้มันดีๆไปเลยละ  กลัวเสาชื้นก็ทากันซึมสิ หึหึหึ  หรือไม่ก็ควรออกแบบเสาให้มันเล็กๆซะตั้งแต่แรก  แบบฝั่งธน  สังเกตว่าเสารถฟฟ้าฝั่งธนนั้นสวยได้แบบที่ไม่ต้องเติมแต่ง  คือว่าทำยังงี้มันสวยแบบขอไปที  ไม่สงเสริมภาพลักษณ์ของเองโดยรวมเลย  (ก็ถ้ามันทำทุกต้น  ทำแบบดีๆ ต้นไม้เลื้อยไปคุมเสาทั้งต้นนะ  รับรอง work เสาจะดูหายไปเลย   ใครอยากรู้ผลลัพท์เปงไงแนะนำให้ไปดูเสาหน้าห้างเอสพานาร์ด  ตอนกลางคืนมองแล้วเหมือนไม่มีเสาเลย   ตอนไปดูกับเพื่อนยังตกใจในเอฟเฟคเลย 555)

ที่จริงบ้านเราก็มีของดีเยอะแยะ  เพียงแต่ก็อยากให้เรามาพยายามกันกว่านี้  ไม่ใช่เพื่อใครหลอก  ก็เพื่อพวกเรากันเองนี่ละนะ 

ปล.  อาจจะดูบ่นมั่วๆหลายเรื่องหน่อยนิ 5555 งี้ละ  พอได้รู้ก็เลยเครียด  อยากระบาย  ในฐานะพวกเรา"นักออกแบบสภาพแวดล้อม"

 

edit @ 10 Oct 2007 23:21:19 by TOON

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

เครียดกับเรื่องผังเมืองเหมือนกันครับ confused smile
ว่าจะหาเวลาชำแหละผังเมืองเชียงใหม่อยู่เหมือนกัน

#1 By chubby on 2007-10-10 23:20

ผังเมืองกรุงเืทพมันเละ สะเปะสะปะ เหอะๆ ชินละ

#2 By Jasmine✿Lala~ on 2007-10-11 00:00

เบื้องลึกมันเยอะเกินไป ขนาดว่าสถาปนิกกับวิศวกรยืนยันนั่งยันอย่างนั้นแล้วยังไม่ได้เลยน้า
เมืองไทย sad smile
มาเสริมเรื่องผังรัฐสภาใหม่ ถูกแล้วตามที่น้องบอก คืออยู่ปลายตาสุดถนนที่ต่อยาวมาจากพระที่นั่งอนันต์ แต่ขนาดที่วางไว้นั้น คือใช้พื้นที่เกียกกายทั้งหมด คือจะมีฝั่งซ้ายที่ติดแม่น้ำจริงๆ

โดยแผนที่วางไว้นั้นจะแบ่งที่ดินเป็นตาราง 9 ช่อง โดยช่องที่ 5 (กลาง) คือรัฐสภา ส่วน ช่องที่ 8 คือส่วนหน้าที่เชื่อมกับถนนหลัก จะเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ที่สำคัญที่สุดของชาติ ส่วนช่อง 1,4,7 จะติดแม่น้ำทางซ้าย จำไม่ได้ว่าจะสร้างเป็นอะไรเหมือนกัน

#4 By 1812 on 2007-10-14 00:23

อ่อ ส่วนเรื่องผังเมืองสวยๆนั้น เราแนะนำว่าให้ไปดูผังเมืองของเมืองยะลา เราว่าสวยสุดๆ ของลพบุรีก็ดีนะ เป็นวงๆ

#5 By 1812 on 2007-10-14 00:42

เคยบอกแล้วล่ะ
ว่าวิธีหนึ่งที่ทำให้ผังเมืองสวยสดงดงามได้ ก็คือการโดนทำลายล้างแหละ

เช่น ลอนดอน--ไฟไหม้ทั้งเมืองในยุคนึง + สงครามโลกครั้งที่สอง ... แต่ไม่ต้องเกิดก็ดีนะ เหอะๆ

ของดีในกรุงเทพมีเยอะ แต่เราใช้กันไม่เป็นไง เราว่างั้นนะ

#6 By โคค่อน on 2007-10-18 19:23

ขอบคุณที่แวะไปอ่านนะคับ
ชอบ blog นี้อะ
เดี๋ยวจะมาอ่านต่อ
มีหลายเรื่องที่อยากอ่านเลย

#7 By Pack on 2007-10-23 00:07

พี่โบ้ ไปเอาข้อมูลมาจากไหนนิ

พี่ Pack Block พี่ก็น่าสนใจสำหรับผมเหมือนกันครับ เพราะเคยฝันอยากทำงานแบบพี่อยู่เหมือนกัน open-mounthed smile

#8 By TOON on 2007-10-23 00:42

มีคำถามๆ เสาต้นนั้น มันมีอันเดียวอะเปล่า?cry

#9 By Pack on 2007-10-23 09:29

อยากมีผังเมืองสวย ๆ เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ แต่ต้องมีคนอีกหลายพันคนเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย การเดินทาง ปัญหาการจราจรที่จะตาม มาคิดเอาล่ะกันคับว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ไม่ได้มาขวางผมคนไทยก็อยากเห็นประเทศตัวเองพัฒนาเมื่อกัน แต่คนที่เดือนร้อนก็เดือนร้อนจริง ๆ ใครจะช่วยพวกเค้าล่ะคับ ที่ที่ไม่ทำให้ใครเดือนร้อนก็มีไม่ลองเลือกดูกันล่ะคับ ลองคิดกันเล่น ๆ ดูนะ

#10 By ช่วยกันคิดหน่อย (203.152.15.70) on 2008-08-13 12:00

เรื่องนี้รัฐต้องรับผิดชอบครับ

การทำอะไรสักโครงการ แน่นอนครับต้องมีผลกระทบ
ถ้าพูดในกรณีรัฐสภานี้ ผมยังลองคิดเล่นๆในการปันพื้นที่เกียกกายบางส่วนที่เป็นพื้นที่ทหาร มาปรับรูปที่ดินใหม่ให้สวยงาม โดยเจียดพื้นที่บางส่วนให้ชุมชนที่ต้องรื้อย้ายมาสร้างในโซนนี้แทน และรัฐก็ได้พื้นที่ของชุมชนที่ย้ายมา มาสร้างตัวรัฐสภา และลานประชาชน ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายครับ

ที่จริงทำได้ละครับ โครงการจริงๆแล้วขึ้นกับการจัดการ และรัฐเราก็ไม่ค่อยมีโครงการดีๆที่มีการบริหารจัดการกับผู้คนที่ที่ได้ผลกระทบ ที่ออกมาชัดเจน เมื่อไม่มีตัวอย่างดีดี ผู้คนย่อมไม่เก็จเป็นธรรมดา

ในความคิดผมนะครับ
(โอย เริ่มเข้าการเมืองแล้วหัวมันจี๊ดดดด พอแค่นี้แล้วกันนะครับ555)sad smile

#11 By TOON on 2008-09-03 00:58

ไม่รุ้จะสร้างรัฐสภาใหม่ให้หมาเข้าไปเห่ากันทำไม ประชุมก็ไม่เข้า เอาเงินภาษีไปทำอะไรที่มีประโยชน์กว่านี้ได้ไหม? จะสร้างเพื่อให้มีลานไว้ประท้วงหรอไง ก็ดีนะ จะได้ไม่ต้องปิดถนนอีก หึหึ

#12 By เกลียดหมา (202.44.135.242) on 2009-11-27 17:45

เสริมเรื่องเสาความจริงแล้วตามหลักวิศวะไม่ควรจะทำอะไรขึ้นมาปิดบังผิวเสา ในกรณีที่เกิดการชำรุดหรือแตกหักจะเกิดอันตราย

#13 By (58.8.246.103) on 2010-03-09 10:18

<a href="http://glnrmtadhnqjjbv.com">inopdnlotbdpbjz</a> http://ovvtqzcqqnlcarf.com [url=http://nmfanjvqzpchfms.com]scaiuzmujavbimp[/url]

#14 By tcfgtbvdkm (94.102.52.87) on 2010-06-07 23:35

ทักทายbig smile big smile big smile big smile

#15 By อาริยา (125.26.129.251) on 2010-07-04 11:46

ผมกลับเห็นว่าเป็นความคิดที่แสนจะเลอะเทอะสำหรับการสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ด้วยซ้ำไปครับ เพราะสัดส่วน ส.ส.กับ ส.ว. ไทยเมื่อเทียบกับประชากรแล้วอาจเรียกได้ว่าต่ำกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วหลาย ๆ ที่ด้วยซ้ำ (เช่น USA มี ส.ว.แค่ 100 คนเท่านั้น ส.ส. อีกราว ๆ 375 คน)

ส่วนรัฐสภาของอังกฤษก็ยังคงใช้สถานที่เดิมโดยไม่ได้ย้ายไปไหนเลย (ลองสังเกตดูสิว่า พวกเขายังคงใช้สถานที่เดิมแม้ว่าจะแออัด คับแคบไม่สะดวกสบาย แต่เหตุที่พวกเขาไม่เปลี่ยนสถานที่นั้น เพราะพวกเขาภูมิใจที่ได้มาทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนในสถานที่ และที่นั่งที่บรรพบุรุษของพวกเขาได้ทำมาก่อน)

#16 By dome (203.144.204.161) on 2011-09-01 13:20