FAGILE TECTONIC l mini reseach
posted on 06 May 2008 00:05 by trust501 in Designเมื่อเทอมที่ได้ได้ลงเรียนวิชาเลือก Asian Architecture ครับ วิชานี้ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาแนวความคิดทางการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เด่นๆในเอเชีย อย่าง จีน อินเดีย ญี่ปุ่น ซึ่งนอกจากการยกตัวอย่างแนวความคิดแล้ว ยังยกตัวอย่างงานที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาในแต่ละประเทศ
จุดประสงค์ที่สำคัญที่สุดของวิชานี้ก็คงจะเป็น การเรียนรู้คนอื่นเพื่อหันกลับมามองตัวเองครับ เราได้เรียนรู้ความเป็นมา ของสถาปัตยกรรมบ้านใกล้เรือนเคียงแล้ว ก็ควรจะหันกลับมามองเราอาจจะเห็นตัวเราได้ชัดขึ้นนิดนึง (ถ้าเอาให้ชัดจริงๆต้องเนรเทศตัวเองไปอยู่ต่างประเทศซะหลายปีก่อน แล้วค่อยกลับมา 555) หลังจากเรียนวิชานี้เสร้จแล้วเราจึงมี reseach กันเล็กๆน้อยๆพอหอมปากหอมคอให้ทำกัน ที่น่าสนใจก็คือ ที่มาของการทำโปรเจคนี้ละครับ จากที่จุดประสงค์ของวิชานี้ก็เพื่อให้เรากลับหันมามองชาติบ้านเกิดดูสิว่ามีอะไรที่มันน่าสนใจในการพัฒนาเพื่อก้าวต่อไปกันได้บ้าง
FAGILE TECTONIC l mini reseach
มาดูที่มาของ reseach กันดีกว่าครับ
จากสมมติฐาน(ย้ำว่าสมมติฐานนะครับ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง)ที่ว่าพวกเราที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้ อันที่จริงแล้วสิ่งปกปิดภายนอกอาจจะไม่จำเป็นก็ได้(ฟังแค่นี้อย่าพึ่งตกใจ ฟังต่อๆ) คืออย่างสถาปัตยกรรมเนี่ย ในภูมิภาคนี้อันที่จริงแล้วแถบจะเรียกได้ว่าโปร่งเบามาก (กรณีนี้ไม่ขอนับบ้านคอนกรีตก่ออิฐกำแพงหนาเตอะแบบที่นิยมกันอยู่ในปัจจุบัน ) สถาปัตยกรรมที่เรียกได้ว่าแจ๋วที่สุดของภูมิภาคเขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทยก็คงจะนึกได้ง่ายๆเลย นั่นก็คือต้นไม้ จะกึ่ง outdoor ก็ไม่ใช่ จะ indoor ก็ไม่เชิงแต่อยู่ใต้ต้นไม้กลับให้ความรู้สึกที่ดี อบอุ่น เย็นสาบายยยย เพราะฉะนั้นจึงเกิดความคิดที่ว่า ความต้องการทางการปกปิดเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็น private หรือเพื่อ define space ของมนุษย์ในภูมิภาคนี้จึงเป็นเพียงแค่ความต้องการทางด้านจิตวิทยาเท่านั้นหรือเปล่า
ในที่นี้นำมาซึ่งหัวข้อของงาน reseach ครับ Fagile Tectonic คำว่า fagile ในที่นี้แปลว่าเยื่อบางๆ เหตุผลข้างต้นได้อธิบายไว้แล้วว่าทำไมไม่ใช้คำอื่น เพราะสิ่งที่เราใช้ define space ก็เหมือนเยื่อบางๆที่ห่อหุ้มร่างกายนี่เอง ส่วน tectonic ก็เป็นการที่สามารถแสดงถึงที่มาที่ไปของการก่อสร้างได้ ยกตัวอย่างเช่นการทำคอนกรีตเปลือย ก็จะมีรูของแบบเหล็กอยู่ใช่ไหมครับ และก็รายของ modular ของแบบหล่อเหล็กที่เหลืออยู่บนเนื้อคอนกรีต นั่นละครับ ทำให้เรารู้ว่ามันสรางมาได้อย่างไร
ใน reseach นี้ เพื่อนๆผมก็ทำกันหลายอย่าง เพราะอาจารย์บัลคับห้ามใกล้เคียงหรือซ้ำกัน ที่น่าสนใจก็เช่น เสื่อ ราวตากผ้า อิฐบล๊อค(สังเกตุว่ามีไม่กี่ประเทศที่ใช้) ฝาชี(เพื่อนผมมันทำ อันนี้ผมก็ชอบมาก) ม่านน้ำ เป็นต้นครับ ส่วนของผม ก็อันนี้เลยครับ " ระนาบใบไม้ " หรือพวกหลังคาใบไม้ที่เราเห็นกันเกลื่อนกราดตามชนบทละครับ และบางคนก็คิดดูถูกดูแคลนว่าบ้านแบบนี้น่ะดูราคาถูก ไม่ล้ำสมัยเลย...เชื่อไหมครับ หลังจากทำโปรเจคนี้เสร็จ ผมยังอยากทำส่วนห้องรับแขกที่บ้านต่อเติมออกไปเป็นหลังคาใบไม้แบบนี้เลย 555 เพราะเอาเข้าจริงแล้วในความคิดผม มันมีเสน่ในเรื่องของมิติทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจมาก และยิ่งศึกษามันก็ยิ่งผมถึงความน่าสนใจของมันครับ
ข้างบนนี้เป็น page เต็มครับ ขนาดเท่า A3 สองแผ่นต่อกัน เหตุผลที่ใช้สีเขียวเพราะสีมันสดใสดีครับ 555 ไม่ใช่หลอกครับ ก็เลือกสีให้เข้ากับโทนของภาพที่หามาได้ด้วยละ ถ้าใช้สีออกโทนร้อนมันจะดูกลืนๆไปก็เลยเลือกสีเขียวครับ
แต่ละส่วนของpage อธิบายในส่วนจ่างๆที่ได้ไปศึกษามาครับ อย่างอันนี้เป็นการแบ่งชนิดของหลังคาใบไม้ออกเป็นหมวดๆตามลักษณ์ทางกายภาพที่แตกต่างกันครับ ในที่นี้ผมใช้ texture แบ่งนะครับ ที่น่าสนใจก็คือ ใบไม้ที่ใช้เนี่ยจะแตกต่างกันไปตามแต่ละภาคครับ ภาคที่แห้งๆแล้งหน่อยก็จะใช้พวกหญ้าคา แฝก ภาคเหนือใช้ใบตองตึง ภาคใต้ใช้ใบเหรง เป็นต้น
ส่วนนี้แสดง isometric สามมิติการต่อระนาบใบไม้เข้ากับตัวโครงสร้างรูปแบบ skeleton หรือพวกโครงสร้างไม้ที่เห็นทำกันอยู่ทั่วไป พวกไม่ยูคา เพราะถูกครับ
อันนี้น่าสนใจมากครับ แต่ข้อมูลนี้ผมได้มาจากใน internet ที่มีคนมาโพสไว้เป็นส่วนใหญ่นะครับ เป็นข้อมูลภูมิปัญญาแบบไทยๆที่น่าชื่นชมมากเลยครับ ยกตัวอย่าง การเอาไปสาคูไปแช่น้ำเพื่อยืดอายุการใช้งาน หรือที่เอาไปตองตึงมาทำหลังคา เพราะเมื่อใบตองตึงโดนน้ำแล้วจะเหนียว เนื่องจากลักษณะทางกายภาพของใบนั้นมีขนขึ้นอยู่ตามผิวใบ เป็นต้นครับ
ส่วนตรงนี้ผมก็ชอบมากๆครับ เป็นการวิเคราะ texture ของระนาบใบไม้ที่เกิดการซ้อนทับแล้ว ด้วยความคิดเห็นส่วนตัว 555 และรูปแบบอื่นๆที่สามารถพบเห็นได้นอกจากรูปแบบมาตราฐานที่ทำกันอยู่ครับ น่าสนใจมากจริงๆ
สุดท้ายก็อยากจะบอกไว้อะครับ ว่าที่ทำบล๊อคนี้ขึ้นมาก็เพื่อนำเสนองานและแนวความคิดส่วนตัวด้วยครับ ถ้ามีโอกาสในอนาคตในการนำเสนอด้านอื่นๆก็อยากจะทำเหมือนกัน เพื่อจะได้เป็นหนึ่งในการเสนอแนวคิดทางสถาปัตยกรรมครับ ไม่จำเป็นต้องหวือหวามากมายครับ(แต่บางครั้งก็ต้องไคว่คว้าและจริงจังบ้างเหมือนกันนะครับ เดี๋ยวมันจะไม่ก้าวไปข้างหน้า 555 = =' ) แค่เราต้องการแสดงออกมันอย่างใสซื่อบริสุทธิ์ เป็นจริงและตรงตามวิถีมันก็คงเพียงพอแล้ว
เพราะสถาปัตยกรรมสะท้อนถึงชีวิตครับ
edit @ 5 Jun 2008 21:14:43 by TOON
วิเคราะห์ละเอียดสุดๆ - -''
ปล. ชีวิตช่วงนี้มันน่าหดหู่จริงๆค่ะ
#1 By J.KaMe on 2008-06-05 22:04